ลงโฆษณาที่นี่

26/27 ความเสี่ยงและผลตอบแทน [ซีรี่ย์การเงิน ชุด รวยได้จริงกับสิ่งที่เรียกว่าเงินเดือน]

Cover_12-01



 Cover_12-01 ผลตอบแทน 26/27 ความเสี่ยงและผลตอบแทน [ซีรี่ย์การเงิน ชุด รวยได้จริงกับสิ่งที่เรียกว่าเงินเดือน] Cover 12 01

 

 

 

ในตอนนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังเรื่อง ความเสี่ยงและผลตอบแทน นะครับว่ามันมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน ผมเชื่อว่าหากใครลงทุนมาบ้างแล้วนะก็คงจะเคยได้ยินคำว่า “High Risk – High Return” ซึ่งมันแปลเป็นภาษาไทยสั้นๆว่า “ยิ่งมีความเสี่ยงมาก โอกาสได้รับผลตอบแทนในการลงทุนก็มาก มันเป็นประโยคที่คลาสสิกอยู่แล้วไม่ว่าเราจะอ่านหนังสือทางการเงิน การลงทุน หรือการบริหารธุรกิจ แน่นอนว่าก็คงมีหลายคนที่ยังมองภาพไม่ออกว่าเพราะอะไร แล้วถ้าหากเราจะหาวิธีการลงทุนที่เสี่ยงน้อยๆแต่ผลตอบแทนมากๆจะต้องทำอย่างไร มันมีจริงไหม? ก่อนอื่นนะครับผมจะมาธิบายประโยคอมตะนี้ให้ฟังก่อน

 

Aommoney_info_12-01 ผลตอบแทน 26/27 ความเสี่ยงและผลตอบแทน [ซีรี่ย์การเงิน ชุด รวยได้จริงกับสิ่งที่เรียกว่าเงินเดือน] Aommoney info 12 01



 

ทำไมความเสี่ยงมาก ถึงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากล่ะ?

ก่อนอื่นผมอยากให้ลองจินตนาการดูนะครับว่า สมมติว่าเรามีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คน เขาเข้ามายืมเงินเราพร้อมๆกัน…. 



เพื่อนคนที่ 1 ชื่อ ซูซี่ เป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆ คนนี้เคยไปยืมเงินเพื่อนคนอื่นมาแล้วและก็คืนทุกครั้งตรงตามเวลาที่กำหนด พอถามไปถามมาว่า เอาเงินไปทำอะไร เขาก็พาไปดูที่ร้านขายของแล้วบอกว่า เงินหมุนไม่ทัน ของขายดี ลูกค้าเยอะ แต่เงินบางทีมันขาดเวลาจะสั่งของเลยต้องยืมเพื่อนๆมาหมุนก่อน แต่ก็คืนทุกครั้ง คนนี้เป็นเพื่อนที่พูดจาดี หน้าตาน่าคบแถมวันไหนปิดร้านก็ชอบเอาเงินกำไรจากบริษัทไปเลี้ยงเด็กพิการและบริจาคให้กับคนยากไร้ 

เพื่อนคนที่ 2 ชื่อ เกรย์แมน คนนี้เป็นคนที่นิสัยไม่ค่อยดีนัก ชอบมีเรื่องมีราวกับคนนั้นคนนี้ที แล้วก็ชอบยืมเงินคนอื่นไปทั่วเลย คืนบ้างไม่คืนบ้าง ถ้าคืนก็คืนช้า บอกว่าจะคืนวันนี้แต่คืนจริงๆอีก 3 เดือนเพราะไม่มีเงิน ได้เงินมาก็ไม่คืนเอาไปเที่ยวเล่นก่อน บางทีก็ยืมเงินคนอื่นไปเลี้ยงเหล้า คนนี้ทำงานประจำแบบ 6 เดือนเปลี่ยนที่ทำงานที อยู่ๆก็ขี้เกียจทำ นอนอยู่บ้านเฉยๆอีก 2 เดือนแล้วค่อยไปหางาน 

ทั้ง 2 คนมายืมเงินเราเท่ากัน โดยบอกเราว่าจะให้ดอกเบี้ยด้วยที่ 1% พอเราฟังแล้วก็คิดว่าผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์อีก (เริ่มงกล่ะ) แต่เราให้ยืมได้แค่คนเดียว แน่นอนครับว่าเราต้องชั่งใจแล้วว่าจะให้เงินคนไหนยืม เมื่อเราพิจารณาในเรื่องชีวิตของเขาเนี่ยก็พอจะมองออกได้ว่า เพื่อนคนที่ 1 มันดูน่าคบหาอยู่แล้วใช่ไหมครับ ถ้าเกิดให้ยืมเงินไปก็ดูเหมือนมีโอกาสจะเอามาคืนเราตามที่ตกลง แต่คนที่ 2 เนี่ยไม่แน่ใจว่าจะหนีหายเข้ากลีบเมฆไปหรือเปล่า เผลอๆไปทวงเงินจะโดนด่ากลับด้วย 

แต่… ลองคิดดูครับว่าถ้าเกิดเกรย์แมนรู้ตัวว่า ตัวเองถูกมองไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ต้องการยืมตังขึ้นมาจริงๆจังๆเขาจะทำไง? วิธีทางเดียวที่จะทำให้คนหันมาสนใจเขาก็คือไปบอกว่า “ให้ผมยืมสิ ผมคืน 10% เลย ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินด้วย” พอเป็นแบบนี้แล้วเราอาจจะตาลุกวาวก็ได้ใช่ไหม แล้วก็ต้องนั่งกลับมาชั่งใจอีกครั้งว่าเราจะให้ใครยืมดี ให้เงินเท่ากัน ซูซี่น่าจะคืนแน่ๆให้ดอกเบี้ย 1% เกรย์แมนไม่รู้มันจะคืนหรือเปล่าแต่ให้ 10% ผมก็ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะให้ใครยืมนะครับ บางคนอาจจะมองว่าปลอดภัยไว้ก่อนให้ซูซี่แล้วกัน บางคนอาจจะอยากวัดดวงให้เกรย์แมนยืมเผื่อจะได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ใช่ไหมครับ

เรื่องนี้มันบอกเราว่า เวลาเราจะให้ใครยืมเงินเราก็ต้องดูในเรื่องของ ความเสี่ยงซึ่งมันมาจากความน่าเชื่อถือ หากความน่าเชื่อถือไม่ดี เสี่ยงสูง หากเราลงทุกไปเราก็จะต้องรับความเสี่ยงแต่ผลตอบแทนในการลงทุนสูงกว่าแน่ๆ ในกรณีกลับกันถ้าเราไม่แน่ใจเราไม่ค่อยอยากเสี่ยงเอาชัวร์ๆ เราก็ให้คนที่น่าจะคืนเงินก่อนดีกว่า ในเรื่องของการลงทุนอื่นๆก็เช่นกันครับ สมมติพูดถึงการลงทุนในหุ้น มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนเรามาชวนไปลงทุนเราก็ต้องถามว่ามันคืออะไร เช่น ถ้าเพื่อนเราเป็นคนทำก๋วยเตี๋ยวมาก่อนแล้วอยากจะออกจากงานมาเปิดร้านเองโดยร่วมหุ้นกับเรา ความเสี่ยงมันก็คงแหระ แต่ด้วยประสบการณ์และอะไรหลายๆอย่างของทีมงานก็น่าจะทำธุรกิจได้และอีกอย่างการขายก๋วยเตี๋ยวมันก็เป็นธุรกิจพื้นฐาน เปิดแล้วก็น่าจะมีลูกค้าได้ไม่ยากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับว่าอยู่ๆเราไปร่วมหุ้นกับเพื่อนที่ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลยและสินค้าก็ยังคิดไม่ออก กะแค่ว่าจะพัฒนาไฟฉายย่อส่วนแบบโดราเอม่อน ซึ่งมันไม่เคยมีใครทำมาก่อน โอกาสที่จะสำเร็จมันไม่รู้จะมีมากแค่ไหนและสินค้าที่เป็นนวัตกรรมแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าผลิตขึ้นมาแล้วจะมาคนซื้อไหม แต่ถ้าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เราเป็นเจ้าของนวัตกรรมใหม่ๆที่มีประโยชน์ขึ้นมา ให้ตายยังไงเขาก็จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสูงมาก เพราะเคยมีใครทำมาก่อน ตลาดก็อยากได้ ราคาก็ตั้งตามใจฉัน ก็จะได้รับผลตอบแทนสูงครับ 

 

เสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนมากทำอย่างไร?

เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามมันมีเรื่องความเสี่ยงและโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่มาด้วยกันเสมอ แต่หลายๆคนที่ยังไม่รู้เรื่องความเสี่ยงก็คงจะถามคำว่า “แล้วมีอะไรที่เสี่ยงน้อย แต่ได้ผลตอบแทนมาก?” ถ้าตามหลักการของการเงินการลงทุนแล้วมันไม่มีหรอกครับเพราะถ้าใครเจอการลงทุนที่เสี่ยงน้อยผลตอบแทนมาก เขาก็จะแห่ไปลงทุนจนราคาทรัพย์สินมันสูงขึ้น (แย่งกันซื้อก็เลยราคาขึ้น) พอเราต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้นผลตอบแทนต่อเงินลงทุนก็จะต่ำลง มันก็จะเข้ากฎว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงน้อยและได้ผลตอบแทนน้อยอยู่ดี แต่สิ่งหนึ่งผมคิดว่าจะทำให้คุณได้ผลตอบแทนเยอะๆก็คือ “การรู้ให้มากขึ้น” จากการศึกษาการลงทุน เพราะเมื่อเรารู้มากมันจะลดความเสี่ยงให้เราครับ (เหมือนในซีรี่ย์ตอนก่อนหน้าเลยใช่ไหม)

การลงทุนที่ความเสี่ยงสูงโดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงนั้นเมื่อเรารู้มากขึ้น ความเสี่ยงก็จะน้อยลงก็สามารถทำให้เราลงทุนในของชิ้นเดิมที่มีความเสี่ยงน้อยแต่ได้รับผลตอบแทนมากก็เป็นได้นะ

 

 

สนับสนุนโดย

 

early-bird-aommoney ผลตอบแทน 26/27 ความเสี่ยงและผลตอบแทน [ซีรี่ย์การเงิน ชุด รวยได้จริงกับสิ่งที่เรียกว่าเงินเดือน] early bird aommoney

 

 

 


เป็นเพื่อนกับ Tar Kawin

ชอบบทความนี้ กดติดตาม Tar Kawin