ลงโฆษณาที่นี่

DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา

Cover-DCA-28042017-01



หลายคนอาจจะยังไม่เคยลงทุนโดยการใช้วิธีการออมหุ้นแบบ DCA หรือในทางเทคนิคเราเรียกว่าการซื้อเฉลี่ยต้นทุน ก็เลยแอบสงสัยกันว่า แนวทางการลงทุนแบบนี้มันดีแน่หรือ คนที่ชอบซื้อหุ้นขาขึ้นก็ย่อมไม่ชอบเวลาหุ้นลงหนักๆ ซึ่ง DCA ก็ยังซื้อแม้จะเป็นขาลง ในทางกลับกันคนที่ชอบซื้อหุ้นช่วงราคาลงหนักๆ เพราะได้ของถูก ก็อาจจะไม่ชอบ DCA ก็ได้ ที่ขาขึ้นก็ยังซื้อ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือลงการซื้อเฉลี่ยก็จะถูกตั้งคำถามอย่างแน่นอน

 

บทความนี้ผมก็เลยอยากจะนำเสนอหลักการและการสร้างวิธีคิดในการลงทุนแบบ DCA ให้ทุกท่านได้เห็นกันนะครับ ถือว่าเป็นการแชร์ความคิดจากประสบการณ์ของผมก็แล้วกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนได้ มาดูวิธีคิดในการใช้เครื่องมือนี้กันในแต่ละข้อนะครับ

 

 

 

“DCA นั้นจะต้องเลือกหุ้นที่มีการเติบโตในระยะยาว”

 

สำหรับตัวผมแล้วเชื่อว่า DCA มันจะดีได้ในการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น และมันก็ไม่สามารถใช้ซื้อได้ทุกตัวซะด้วยสิ ในมุมมองผมแน่นอนว่าเราจะต้องเลือกหุ้นประเภท Growth Stock เป็นหลัก ไม่ใช่หุ้นรอเด้ง Turnaround หรือบรรดาหุ้นวัฏจักรทั้งหลายรวมถึงพวกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ที่เอาแน่เอานอนกับผลประกอบการไม่ได้ หากใครที่ลงทุนในกองทุนรวม ผมว่าวิธีง่ายที่สุดก็คือการลงทุนในกองทุนอิงดัชนี (Passive Fund) หากเราเชื่อว่าประเทศไทยจะโตต่อไปจากการค้าการลงทุน ซึ่งจะทำให้บริษัทที่อยู่ในตลาดได้รับการเติบโตไปด้วย

 

ถ้าให้เราลงลึกเข้าไปก็สามารถดูได้ในเชิงของการเติบโตของธุรกิจ ยอดขายสินค้าบริการและกำไรที่เกิดขึ้น ข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญในงบการเงิน ความเป็นไปได้ในวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ตลอดจนความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว การวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้อยู่ที่ประสบการณ์ของแต่ละคนนะครับ แต่อย่างตัวผมเองจะเลือกธุรกิจที่มองง่ายๆ และน่าจะอยู่เติบโตในระยะยาวได้ สามารถจินตนาการได้ว่า ลงทุนและยังนอนหลับได้อย่างต่อเนื่อง

 

ในส่วนของลักษณะหุ้น ผมจะเน้นหุ้นที่มีสภาพคล่องดีๆ มีกองทุนและฝรั่งลงทุน เช่น หุ้นในกลุ่มของ SET50 จะได้มีสภาพคล่องในการซื้อด้วย เพราะถ้าหากไปซื้อหุ้นดีแต่ไม่มีสภาพคล่อง กลัวว่าบางเดือนจะได้ซื้อ บางเดือนจะไม่ได้ซื้อ แต่อันนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะครับ บางคนอาจจะชอบหุ้นเล็กก็ได้

 

 

 

“DCA จะทำให้ต้นทุนในการลงทุนเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก”

 

การลงทุนสไตล์นี้เราจะใช้ “วินัย” เป็นตัวขับเคลื่อนนะครับ เราสนใจแค่ว่าหุ้นนั้นเป็นหุ้นเติบโตที่ดี ส่วนราคาหรือความถูกแพงของราคานั้นเราจะใช้การเฉลี่ยต้นทุนจัดการไปครับ วิธีการลงทุนก็คือให้เรากำหนดจำนวนเงินลงทุนคงที่มาลงทุนในแต่ละเดือน เช่น เดือนละ 5,000 บาท เดือนละ 20,000 บาท ในแต่ละเดือนเราจะซื้อหุ้นได้ไม่เท่ากัน ตัวอย่างภาพข้างล่างนี้จะเป็นการซื้อในจังหวะที่ราคาขึ้นครับ

DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา DCA DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา picture1

จากภาพจะเห็นได้ว่า ในจังหวะที่ราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินจำนวนเท่าเดิมที่เรานำมาซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมนั้นจะทำให้เราซื้อได้น้อยลงเรื่อยๆ เช่น

 

เดือนที่ 1 DCA 5,000 บาท ซื้อหุ้นราคา 5 บาทได้ 1,000 หุ้น

เดือนที่ 2 DCA 5,000 บาท ซื้อหุ้นราคา 7 บาทได้ 714 หุ้น

เดือนที่ 3 DCA 5,000 บาท ซื้อหุ้นราคา 10 บาทได้ 500  หุ้น

เงินลงทุนทั้งหมด 15,000 บาท

จำนวนหุ้นที่ได้รับ 2,214 หุ้น

ราคาเฉลี่ย 6.78 บาท

(ตัวอย่างจะไม่รวมค่าใช้จ่าย เช่น commission และ vat ครับ)

 

ซึ่งนั่นก็มีข้อดีจากการใช้วิธีนี้นะครับ การซื้อได้น้อยลงก็ถือว่าเป็นการลดความเสี่ยงในการติดดอยมากขึ้นเรื่อยๆ (ยิ่งแพงยิ่งซื้อน้อยลง) กรณีที่เรามองว่าหุ้นแพง แต่ถ้าเราหยุดซื้อไปก็อาจจะทำให้เราเสียโอกาสได้ถ้ากำไรมันดันวิ่งทันและพื้นฐานถูกยกขึ้นไปอีก ถ้ามองในมุมนี้ก็จะเห็นว่ามันเป็นการลงทุนที่มีเชิงรุกและรับในตัวเองได้ ในมุมมองผมนะ

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหุ้นขึ้นไม่ต้องน้อยใจที่ซื้อหุ้นได้น้อยลงนะครับ  การปรับตัวของราคาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับต้นทุนที่สะสมมาแบบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก มันก็คือกำไรจากการลงทุนที่มากขึ้นนั่นเอง (หุ้นขึ้นไม่ชอบหรออ ชอบสิ)

DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา DCA DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา Picture2

ในทางกลับกันหากเป็นช่วงการลงของราคา มันก็จะทำให้เราสามารถซื้อหุ้นได้มากขึ้นนะครับ จากรูปจะเห็นได้ว่า หากจำนวนเงินที่ลงทุนในแต่ละเดือนมันไม่เปลี่ยนไป จำนวนหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่ได้รับจะได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าเราอาจจะขาดทุนหรือกำไรลดลงก็ตามแต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในการสะสมหุ้นดีๆ เพื่อรอภาวะตลาดฟื้นให้โตไปในระยะยาวได้ อย่างที่ผมบอกในตอนต้นล่ะ การสะสมหุ้นนั้นจะต้องเลือกตัวพื้นฐานดีตั้งแต่แรก การที่ราคาลงมันลงแค่ราคา (ซื้อหุ้นพื้นฐานดีได้เยอะๆในช่วงราคาถูก ไม่ชอบหราาาา?)

DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา DCA DCA เจาะลึกกลยุทธ์การออมหุ้นที่ได้ทั้งรุกและรับในทุกราคา Picture3

ผมลองเอาราคาหุ้นตัวหนึ่งที่เป็นหุ้นเติบโต มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง สถานะทางการเงินดี มา Back Test ย้อนหลังดูนะครับว่าหากเราลงทุนมานานแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าที่เราเห็นสีแดงๆ คือราคาเฉลี่ยๆ ที่เกิดขึ้นจากการซื้อด้วยเงินเท่าๆ ในแต่ละเดือน จะมีบางช่วงที่เราอาจจะเห็นการตกลงของราคา เส้นค่าเฉลี่ยก็ถ่วงน้ำหนักลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามพอระยะยาว หุ้นที่เติบโต มีคนสนใจลงทุนหุ้นตัวนี้เพิ่ม ตลาดก็จะปรับราคาให้มันแพงขึ้นได้ แน่นอนว่าหากเราสะสมมาอย่างยาวนาน แรกๆ เราอาจจะพบว่า หุ้นมันดีแต่ราคาไม่ไปไหนเลย ก็อาจจะน้อยใจถอดใจไปบ้าง แต่ถ้า Business Model และพื้นฐานดี คนเริ่มมาเห็น ก็จะทำให้มูลค่าพอร์ตการลงทุนเราโตขึ้นได้ครับ

 

ในหลักการเหล่านี้ทำให้หลายๆ คนสามารถกล้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่มีความคาดหวังสูง (P/E เยอะ) ได้ เพราะท้ายสุด P/E ที่เราซื้อ มันก็จะถูกเฉลี่ยในแต่รอบได้เช่นกันครับ

 

 

 

“ถ้าพื้นฐานเปลี่ยน มันไม่ดีก็เลิก DCA นะจ๊ะ”

 

ยอมรับตามตรง ผมก็เคยคิดผิดและผิดพลาดต่อการลงทุน เพราะในหลายๆ ครั้ง หุ้นมันก็ไม่ได้มีพื้นฐานดีอย่างที่เราเข้าใจ บางครั้งอาจจะมีข่าวไม่ดีหรือมีเงื่อนงำทุจริตต่างๆ ที่เราไม่รู้ตั้งแต่แรกก็ได้ มันเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง ก็ไม่ต้อง DCA ต่อไง ไปลงทุนตัวอื่นแทนดีกว่า ต้องอย่าลืมว่าพื้นฐานต่างๆ ของบริษัทมีความสำคัญอันดับแรก แต่ DCA เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อเท่านั้น อย่าไปคิดว่ามันเป็นเทพพระเจ้าที่ทำให้เรากำไรได้ในระยะยาวเสมอไป คิดผิดซื้อไปเรื่อยๆ ก็เจ๊งมาเยอะแล้ว

 

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องเล่าในการลงทุนด้วยการใช้ DCA ในการลงทุนนะครับ หวังว่าจะเห็นภาพและแนวคิดกันมากขึ้น และเอาไปประยุกต์ใช้กันได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ไว้ตอนต่อๆ ไปจะเอาเกร็ดของเครื่องมือนี้มาเล่าให้ฟังอีกครับ

 

 

 

Tar Kawin


เป็นเพื่อนกับ Tar Kawin

ชอบบทความนี้ กดติดตาม Tar Kawin