ลงโฆษณาที่นี่

รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี

สุดยอดข่าว



ตลอดปีนี้ที่ผ่านมาได้มีข่าวการออมเงินที่เราต้องอึ้ง ซึ้งจนน้ำตาร่วงกับข่าวที่เป็นตัวอย่างในแง่ของเศรษฐีนีที่ใช้ชีวิตสมถะ ทำให้เราอยากจะรวมรวมข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากออมเงินขั้นเทพไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่าการออมเงินนั้นสำคัญอย่างไรและต้องการลดข้ออ้างของการไม่ออมเงิน โดยที่เราจะอธิบายเพิ่มจากข่าวว่าตรงกับหลักการออมเงินอย่างไร ส่วนตัวเนื้อข่าวเราจะย่อและเขียนแต่ประเด็นการออมเท่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านรายละเอียดของข่าวทั้งหมดรบกวนอ่านตามลิงค์ที่หมายเหตุนะจ๊ะ

 

รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี

 

ข่าวที่ 1 ซาบซึ้งที่สุด

ชื่อข่าว : สุดโรแมนติก อากงนำเงินออมจากอาชีพเก็บขยะมาหลายปี ซื้อแหวนเพชรให้ภรรยา

 C ออมเงินขั้นเทพ รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี C

 

เว็บไซต์ข่าวเซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานถึงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจในเว่ยป๋อเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตของจีน โดยเรื่องราวดังกล่าวโพสต์โดยผู้ใช้ชื่อว่า @zhelishixinjiang พร้อมกับรายงานว่า ชายคนนี้อายุเกิน 70 ปีขึ้นมา พาภรรยาวัยใกล้เคียงกันมาที่ห้างในเมืองคอร์ลา เพื่อเลือกซื้อแหวนเพชรที่ถูกใจ เมื่อสอบถามชายชราคนนี้กล่าวว่า สะสมเงินมานานหลายปีแล้ว ชายชรากล่าวว่า



 

 “พวกเราผ่านชีวิตยากลำบากมามาก ฉันก็อยากจะให้อะไรเมียฉันบ้าง” 

 


แนะนำให้อ่าน: 6 วิธีโสดสตรอง

หลักการออมเงิน

เป้าหมายการออมเงินชัดเจนว่าต้องการใช้เงินซื้อความสุขให้กับคู่ชีวิต ทำให้มีความอดทนและมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ สำหรับคนที่มีข้ออ้างสารพัดว่าออมเงินไม่ได้ อยากจะให้ดูความพยายามของคุณปู่คนนี้เป็นตัวอย่าง เงินเพียงน้อยนิด ถ้าเก็บสะสมกันเรื่อยๆก็จะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นมาได้ ดังนั้น อย่าดูหมิ่นเงินน้อย เพราะเงินก้อนเล็กๆนี่แหละที่จะทำให้เรามีชีวิตไม่ลำบากในอนาคต 

 

ข่าวที่ 2  เศรษฐีนีกวาดถนน

ชื่อข่าว เศรษฐีนี 10 ล้านหยวน ยึดอาชีพกวาดถนนไว้สอนลูก

 

Yu ออมเงินขั้นเทพ รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี Yu

 

พนักงานเก็บขยะที่เมืองจีน ชื่อว่า Yu Youzhen (หยู โหยวเจิน)  อายุ 53 ปี ตื่นตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน เพื่อขี่จักรยานฝ่าอากาศหนาวมาเข้างานเป็นพนักงานกวาดถนนในเขตอู่ชาง นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย โดยทำงานถึงสัปดาห์ละ 6 วัน โดยได้รับเงินเดือนละ 1,420 หยวน ( 1,420 x 5 = 7,100 บาท)

นางหยูและสามี จัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีฐานะไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แต่ด้วยความต่อสู้ชีวิตและเก็บออมเงินในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอเก็บออมเงินสร้างบ้านและแบ่งปันห้องที่เหลือให้กับ แรงงานต่างถิ่นที่เข้ามาทำงาน โดยเก็บค่าเช่าห้องละ 50หยวน (250 บาท)  และเก็บออมเงินจากการทำงานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเงินสามารถสร้างบ้านเพิ่มเติมเพื่อปล่อยให้คนเช่าได้เรื่อยๆ ในยุคที่ค่าที่ดินนั้นยังไม่แพงมาก

ในปี 2002 ทางการจีนเริ่มมีการสำรวจเวนคืนที่ดิน นางหยู คือหนึ่งในเจ้าของที่ดิน ที่ได้รับการเสนอซื้อที่ดินของเธอบางส่วน เพื่อคืนให้กับทางการจีน เป็นเงินถึง 10 ล้านหยวน ( 50 ล้านบาท) และนั่นคือวันที่เธอเปลี่ยนสถานะสภาพจากชาวบ้านธรรมดากลายเป็นเศรษฐีนีทันที

ขณะที่คนอื่นๆใช้เงินอย่างสนุกสนานกับการไม่เคยมี แต่นางหยูกลับทำตรงกันข้าม นั่นคือ เธอยังคงทำงานเป็นคนกวาดถนนต่อไป แล้วนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เรื่องราวของเธอ กลายเป็นจุดสนใจไปในทันที เธอเคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า

 

เธอต้องการเป็นแบบอย่างให้ลูกๆของเธอได้เห็นคุณค่าของเงิน ลูกๆของเธอต้องทำงาน ถึงจะมีเงินใช้จ่ายได้อย่างมีความสุข ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาด ถึงขนาดที่เธอเคยขู่ลูกๆ ของเธอว่า ถ้าหากลูกทั้งสองไม่ทำมาหากิน เธอจะนำที่ดินของเธอบริจาคให้ประเทศ

 

ปัจจุบันลูกทั้งสองคนของเธอทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป ลูกชายประกอบอาชีพเป็นคนขับรถ มีรายได้เดือนละ 2,000 หยวน (10,000 บาท) ส่วนลูกสาวก็เป็นพนักงานบริษัทมีเงินเดือน 3,000 หยวน (15,000 บาท) ถึงแม้จะมีคนหมั่นไส้ในความสมถะของเธอ แต่เธอก็ภูมิใจที่ได้ทำเช่นนี้ เพราะการสอนให้ลูกของเธอรู้คุณค่าของการทำงานและเงินนั้น จะส่งผลดีต่อการดำรงชีวิตของพวกเขาในอนาคต

 

หลักการออมเงิน

เรามองเรื่องนี้ได้ 3 มุมมอง คือ

มุมมองที่ 1 เรื่องการลงทุน

การลงทุนเป็นสิ่งสำคัญจะเป็นการลงทุนอะไรก็ได้ที่ทำให้เงินเติบโตขึ้น สิ่งที่นางหยูทำ คือ นำเงินที่เก็บออมไว้มาต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากค่าเช่า โดยหาเงินเพื่อสร้างสินทรัพย์ให้เติบโตไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการถูกเวนคืนนั้นเป็นจังหวะที่ทางการต้องการนำที่ดินไปพัฒนาสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศต่อไป ซึ่งการเวนคืนที่ดินที่ได้รับเงินมหาศาลแบบนี้ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำว่าส่วนไหนจะถูกเวนคืนและได้รับเงินแบบนี้บ้าง

  • รับค่าเช่า  ==>  การสร้างประโยชน์จากสินทรัพย์โดยการสร้างบ้านและแบ่งพื้นที่ปล่อยเช่าได้ห้องละ 50 หยวน ( 250 บาท) เมื่อได้เงินมากขึ้นก็จะสร้างบ้านเพื่อปล่อยเช่าเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
  • กำไรจากการขาย  ==> เมื่อทางการจีนสำรวจเวนคืนที่ดินในปี 2002 ทำให้ที่ดินของนางหยูได้รับการเสนอซื้อคืนบางส่วน ทำให้ได้รับเงินค่าเวนคืนสูงถึง 10 ล้านหยวน ( 50,000,000 บาท) 

 

ดังนั้น หากมีเงินให้ซื้อที่ดินเก็บไว้ เพราะเป็นทรัพยากรที่จำกัด คนมีเยอะขึ้นก็จะต้องการที่ดินมากขึ้นเรื่อยๆ มีตัวอย่างที่น่าสนใจอีกที่หนึ่ง คนรู้จักอยู่จังหวัดเชียงรายได้ซื้อที่ดินเก็บไว้ตั้งแต่ไร่ละไม่กี่หมื่นบาทในสมัยหลายสิบปีที่แล้ว สะสมที่ดินมาเรื่อยๆ ช่วงนี้กระแสการเปิด AEC กำลังมาแรงทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นเป็นไร่ละล้านบาท นี่แหละอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ บางคนอาจจะมองว่าราคาที่ดินตอนนี้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ซื้อไม่ทันหรอก เราเชื่อว่าของดียังมีอยู่ เพียงแต่เราต้องออกค้นหากันสักนิดนึง อาจจะเริ่มมองหาที่ดินจากสินทรัพย์รอขายของธนาคาร ในตลาดประมูลหรือช่องทางอินเตอร์เน็ตก็ทำให้เราหาที่ดินได้ง่ายขึ้น

 

มุมมองที่ 2 เรื่องการใช้ชีวิตสมถะ

หลายคนที่ได้เงินไปก็จะใช้จ่ายซื้อสิ่งของที่ตนเองไม่มีเพื่อสร้างความสุขให้ตนเอง แต่ความสุขของคนเราแตกต่างกัน ถึงแม้ว่านางหยูได้รับเงินจนถึงขั้นเป็นเศรษฐีนี แต่ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม โดยทำอาชีพกวาดถนนที่ได้รับเงินเดือนละ 1,420 หยวน (หรือจำนวน 1,420 x 5 = 7,100 บาท)เหมือนเดิม และประหยัดโดยการขี่จักรยานไปทำงาน โดยความสุขของนางหยูอยู่ที่ต้องการสอนให้ลูกเห็นถึงคุณค่าของเงินจากการทำตัวเป็นแบบอย่าง

 

มุมมองที่ 3 เรื่องการเลี้ยงลูก

ถ้าต้นฉบับถูกต้อง สำเนาก็จะถูกต้องด้วย นางหยูทำตัวให้ลูกดูเป็นแบบอย่างว่าเงินนั้นมีคุณค่า ถ้าอยากได้เงินก็ต้องทำงาน เพื่อเป็นการปลูกฝังค่านิยมการรู้จักหาเงิน รู้จักใช้เงินอย่างถูกต้อง ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายๆและไม่ฟุ้งเฟ้อ ถ้าให้เงินลูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยจะทำให้คิดว่า ได้เงินมาง่ายๆ แล้วใช้จ่ายหมดไปอย่างรวดเร็วเพราะรวยแล้วจะขอเงินซื้ออะไรก็ได้

 

ข่าวที่ 3  16 ปีฝากเงินวันละ 20 บาท

หัวข้อเรื่อง ผู้สร้างแรงบันดาลใจ นายอภิรักษ์ แซ่ฮ้อ คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ท้อชีวิต

 

aอภิรักษ์ ออมเงินขั้นเทพ รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี a

 

นายอภิรักษ์ แซ่ฮ้อ ชายอายุ 38 ปีที่มีความผิดปกติทางสมอง มีอาชีพเก็บของเก่าขายแถวพระราม 4 โดยเก็บเงินฝากธนาคารวันละ 20 บาทมา 16 ปี เขาคิดว่าจะนำเงินนี้ไปผ่าตัดหัวใจแม่ ซึ่งความคิดเรื่องการออมเงินนั้นถูกปลูกฝังมาจากคุณครูสุพร ชูธงชัย ที่โรงเรียนปลูกจิต สมัยที่นายอภิรักษ์เรียนอยู่ชั้น ป.1 ขณะนั้นโรงเรียนมีนโยบายให้เด็กหัดออมเงิน (เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วอภิรักษ์ได้ค่าขนมมาไม่เยอะมาก) โดยคุณครูจะสอนว่า

 

“อภิรักษ์ เงินมันมีค่านะ หนูต้องรู้จักเก็บออม หนูมาฝากกับคุณครูวันละ 1 บาทละกันนะ ครบสัปดาห์ก็จะบอกอภิรักษ์ว่าได้เงินมา 5 บาทแล้วนะ”

 

พอสิ้นเดือนครูจะพาเด็กไปฝากเงินที่ธนาคาร แม้ว่าจะคิดช้า แต่ก็สามารถจดจำคำสอนครูได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรายได้ที่นำมาออมนี้จะมาจากการเก็บของเก่าขาย ได้เงินมาเท่าไหร่ก็จะไปที่ธนาคารเพื่อฝากเงิน 20 บาท โดยจะไปที่เคาเตอร์ธนาคารเพื่อฝากเงินทุกวันเป็นเวลา 16 ปี เหลือจากฝากเงินเท่าไหร่ก็จะนำให้แม่เก็บไว้ทั้งหมด (ช่วงออกรายการตีสิบปี 2552 มีเงินในบัญชีออมทรัพย์ 5 หมื่นกว่าๆ)

รายการตีสิบได้ติดตามชีวิตนายอภิรักษ์ตั้งแต่ปี 2554 – 2556 ทำให้เรารู้ว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นจากความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา จึงได้รับรางวัล 2 รางวัล คือ คนพิการดีเด่นและลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีสูงต่อแม่ ประเภทประชาชนทั่วไป ความน่าทึ่งของเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้เมื่อเขาได้ตัดสินใจบวชเพื่อทดแทนคุณมารดาที่วัดคลองภูมิ

จากเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า แม้ว่าชีวิตจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกเส้นทางชีวิตเองได้ ความมีวินัยออมเงิน ความกตัญญูต่อมารดา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีที่นำพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีที่เราควรนำเป็นแบบอย่าง ข้อมูลส่วนอื่นของเขามีอีกมากซึ่งท่านผู้อ่านสามารถดูได้ในส่วนของหมายเหตุหรืออ่านประวัติใน Google ได้นะจ๊ะ

 

หลักการออมเงิน

การมีวินัยการออมเงินที่ทำสม่ำเสมอทุกวันนั้นเป็นหลักการสำคัญของการออมเงิน สำหรับคนทั่วไปที่ได้รับเงินรายเดือนอาจจะดัดแปลงวิธีนี้เป็นการออมเงินในวันที่เงินเดือนออกทุกเดือนก็ได้ ส่วนผู้ที่ทำงานอิสระ เป็นเจ้าของกิจการนั้นจะได้รับเงินเป็นก้อน จำนวนไม่เท่ากัน ในแต่ละเดือนอาจจะมากบ้างหรือน้อยบ้างก็อาจจะออมเงินโดยตัดเงินไปบัญชีการออมในวันที่ลูกค้าจ่ายเงิน เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงไม่มีผู้จ้างงานหรือเก็บไว้ในช่วงที่มีปัญหาทางธุรกิจ

 

ข่าวที่ 4 การเอาชนะใจตนเอง

หัวข้อข่าว ออมเงินแสนในกระบอกไม้ไผ่ 

 

กระบอกไม้ไผ่1 ออมเงินขั้นเทพ รวมสุดยอดข่าวสร้างแรงบันดาลใจ “ออมเงิน” แห่งปี                                     1

 

คุณสมจิตรและภรรยาแก่แล้ว ได้รับเงินจากลูกสาว 2 คนส่งให้ใช้ เดือนละ 3,000-4,000 บาท แต่คุณสมจิตรไม่ได้เก็บ ลูกให้มาเท่าไหร่ก็ใช้หมด ไม่เคยเก็บออมไว้เลย ต่อมาคิดขึ้นได้ว่าหากยังใช้จ่ายอยู่แบบนี้สุดท้ายก็ไม่มีเงินเก็บ จึงปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยหากระบอกไม้ไผ่ตงตัดเป็นท่อนขนาด 3 ปล้อง ยาว 1.50 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. เจาะรูใต้ข้อไม้ไผ่แต่ละปล้อง 3 ปล้อง จากนั้นนำเงินที่ลูกสาวส่งมาให้รวมทั้งเงินจากการขายพรมเช็ดเท้า หยอดเก็บไว้ในกระบอกไม้ไผ่น้อยบ้างมากบ้างแล้วแต่โอกาส โดยเริ่มเก็บมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.51 ที่ผ่านมา (ข่าวนี้เกิดขึ้นในปี 2552)

ายสมจิตรคิดขึ้นได้ว่าธนบัตรและเหรียญมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เห็นว่าการนำไปเก็บไว้ในกระบอกไม้ไผ่ถือเป็นการไม่บังควร ประกอบกับสังเกตเงินที่เก็บไว้เต็มกระบอกไม้ไผ่หนักจนยกแทบไม่ขึ้น จึงตัดสินใจเลือกเอาฤกษ์วันนี้เป็นวันผ่ากระบอกไม่ไผ่เอาเงินออกมา พร้อมทำบุญเลี้ยงพระเพลและเชิญญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาเป็นสักขีพยานด้วย

จากนั้นนำมีดพร้ามาผ่ากระบอกไม้ไผ่ พบว่าภายในมีธนบัตรทั้งฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท 100 บาท 20 บาท รวมทั้งเหรียญ 10 บาท และ 5 บาท จำนวนมาก เมื่อนับรวมกันแล้วยอดเงินทั้งหมดจำนวน 163,847 บาท ทำเอาเพื่อนบ้านถึงกับตะลึง โดยนายสมจิตรจะนำเงินเหล่านี้จะแบ่งใช้หนี้ ธ.ก.ส.จำนวน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะนำไปฝากธนาคาร พร้อมฝากบอกถึงประชาชนทั่วประเทศว่า

 

อยากให้ทุกคนหันมาเก็บออมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง

จะมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายในยามชรา ไม่ลำบากในบั้นปลายของชีวิต

 

หลักการออมเงิน

การออมเงินนั้นเริ่มต้นง่ายๆที่ “ความคิด” ของเราเอง ถ้าเรามีแนวคิดที่จะเริ่มออมเท่านั้นแหละ อุปสรรคต่างๆที่เคยทำให้เราออมเงินไม่ได้นั้นจะหายไปทันที ซึ่งคุณสมจิตรนั้นรู้เท่าทันจิตใจตนเองว่าชอบใช้เงิน โดยไม่มีเหลือเก็บ ทำให้เริ่มกังวลว่าหากยังคงทำนิสัยนี้ต่อไปช่วงวาระสุดท้ายก็อาจจะไม่มีเงินเหลือเก็บ เมื่อมีความคิดว่ากลัวลำบากก็เริ่มหาหนทางเอาชนะใจตนเองโดยเปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินออม โดยใช้วิธีที่ง่ายที่สุดของการออมเงิน คือ หยอดกระปุกออมสิน แต่อันนี้เป็นแนวประหยัดเพราะเป็นกระปุกออมสินทำเองจากกระบอกไม้ไผ่ สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จและมีเงินไปจ่ายหนี้ที่กู้ยืมมาด้วย

ถ้าเรารู้จักนิสัยการจ่ายของตนเองว่ามีเท่าไหร่ก็ใช้หมด อาจจะใช้แนวคิดนี้ไปปรับใช้กับตนเองก็ได้ โดยเริ่มต้นง่ายๆที่การหยอดกระปุก เมื่อสะสมเงินได้มากขึ้นก็แคะกระปุกนำไปต่อยอดที่การลงทุนในด้านต่างๆที่ตนเองถนัด(หรือศึกษาเพิ่มเติม) เช่น ซื้อทองคำ กองทุนรวม หุ้น ที่ดิน ฯลฯ เพื่อจะได้ทำให้เงินออมของเราเติบโตขึ้นไปพร้อมๆกับเรา

 

 

ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มออมกันเลย

จะรออะไรอีกหละจ๊ะ ^_^

 

 

หมายเหตุ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลนะจ๊ะ


เป็นเพื่อนกับ อภินิหารเงินออม

ชอบบทความนี้ กดติดตาม อภินิหารเงินออม