ลงโฆษณาที่นี่

4/10 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต…]

aom08-01



 

หลายบทความที่ผ่านมาทำให้เราก็เริ่มรู้แล้วว่าประกันชีวิตนั้นสำคัญกับชีวิตเราอย่างไร เพราะช่วยในด้านของการออมเงินและการคุ้มครองชีวิต แล้วถ้าเราอยากจะทำประกันชีวิตหละจะเริ่มอย่างไรดี บทความนี้มีแนวทางการเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับเรามาแนะนำค่ะ

 

5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต

 

seriesพี่ปา ตอน6-02 ประกันชีวิต 4/10 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...] series                         6 02

 

1. ค้นหาเป้าหมาย 

“เงินเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด แต่ความต้องการของเรามีไม่จำกัด” สิ่งสำคัญที่ควรทำอย่างแรก คือ การเรียงลำดับความสำคัญ โดยการตั้งเป้าหมายแล้วนำจำนวนเงินรายได้มาจับคู่กับเป้าหมายนั้น ถ้าเงินไม่เพียงพอก็อาจจะต้องเลือกทำเป้าหมายที่สำคัญทีสุดให้เสร็จสิ้นก่อน

ความสำเร็จของชีวิตที่มีความสุขที่สุดก็ต้องมีคนที่รักอยู่เคียงข้างหรือหากโชคร้ายจากไปก็มีสิ่งทดแทนทีทำให้ชีวิตของคนข้างหลังอยู่ได้ไม่ลำบาก ซึ่งการวางแผนจะทำให้เราสามารถเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงได้มากกว่า ซึ่งความเสี่ยงนั้นมีทั้งด้านบวกและลบ เช่น ปีนี้ตั้งใจจะชำระหนี้ 100,000 บาทให้หมด แต่กลับปิดยอดหนี้ได้ภายใน 9 เดือนที่เร็วกว่าที่คิดไว้ลักษณะนี้ก็เป็นความเสี่ยงด้านบวกที่เป็นเรื่องดี

ถ้าหากชำระหนี้ไป 10,000 บาทแล้วเสียชีวิต ทำให้ยอดหนี้ที่เหลือ 90,000 บาทนั้นสร้างภาระให้ผู้ที่มีชีวิตอยู่ ลักษณะนี้ก็เป็นความเสี่ยงด้านลบที่เป็นเรื่องไม่ดี หากเราวางแผนมาอย่างดี เราก็สามารถจัดการความเสี่ยงนี้ได้ โดยการหาทางหนีไฟหรือวิธีป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้ตนเองและครอบครัวน้อยที่สุด ตัวอย่างเป้าหมายดังนี้ค่ะ  

 

เป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง

ตัวอย่าง

  1. สร้างวินัยการออมที่ได้รับผลตอบแทนสูง
  2. สร้างเงินออมไว้ใช้อย่างสบายหลังเกษียณ
  3. คุ้มครองเสาหลักของครอบครัว

 

เป้าหมายเพื่อประโยชน์ให้คนในครอบครัว

ตัวอย่าง

  1. หมดภาระหนี้สิน
  2. สร้างมรดกให้ลูกหลาน
  3. สร้างทุนการศึกษาให้ลูก 

 

2. ปกป้องเป้าหมาย

 จากเป้าหมายของเราข้างต้นไม่ว่าจะเป็นประโยชน์เพื่อตนเองหรือจะทำเพื่อคนในครอบครัว เราก็เรียงลำดับความสำคัญว่าอันไหนสำคัญกับเรามากที่สุดไปจนถึงลำดับน้อยที่สุด จากนั้นเราก็จะมาหาวิธีการเพื่อที่จะปิดความเสี่ยงนั้นโดยเลือกรูปแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของเรามากที่สุด ซึ่งตารางนี้เป็นเพียงแนวทางที่ผู้ทำประกันควรนำไปปรับใช้ให้เข้ากับเป้าหมายของตนเอง

Screen Shot 2558-06-11 at 5.42.15 PM ประกันชีวิต 4/10 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...] Screen Shot 2558 06 11 at 5

 

 

 

 

3. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันชีวิต

 

หลายครั้งที่เราต้องการจะทำทุนประกันชีวิตสูง(เป้าหมายการเก็บเงินเยอะๆ) เพื่อจะได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่ตนเองมีให้ได้มากที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็กังวลว่าจะส่งไม่ต่อเนื่อง เพราะการส่งประกันนั้นต้องส่งติดต่อกันหลายปีจนกว่าจะครบกำหนด

เราสามารถลดความกังวลเหล่านี้ได้จากการจัดระเบียบการเงิน โดยไม่ทำให้การส่งเบี้ยประกันชีวิตนั้นต้องเป็นภาระรายจ่าย แต่เป็นการส่งเสริมสร้างวินัยการออมเงิน เริ่มต้นโดยการนำเบี้ยประกันชีวิตที่ส่งทั้งปีมาหาร 12 เพื่อจะดูว่ารายเดือนควรเก็บเท่าไหร่แล้วทะยอยเก็บรายเดือน พอครบปีจึงถอนออกมาจ่ายเบี้ยประกันชีวิต หากในอนาคตเราสามารถสร้างรายได้มากขึ้นก็ควรปรับทุนประกันให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สัดส่วนที่เหมาะสมของการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

  1. คนโสดไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันภัยเกิน 15-20% ของรายได้ต่อปี
  2. คนที่มีครอบครัวไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันภัยเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี

 

 

4. เลือกกรมธรรม์ประกันชีวิต

เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าตนเองมีเป้าหมายอย่างไร แล้วเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับเป้าหมายโดยดูจากความสามารถในการจ่ายชำระเบี้ย ต่อไปจะเป็นการเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้  และซื้อกับตัวแทนที่น่าเชื่อถือโดยต้องได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือที่เราจะเรียกสั้นๆว่า “คปภ.”

ข้อมูลที่ควรรู้ ดังนี้

  • ค้นหาแบบประกันที่บริษัทประกันชีวิตขายอยู่ในปัจจุบัน

http://eservice.oic.or.th/eService/InsurePlan/i_Search/SearchPlan.aspx

  • เว็บตรวจตัวแทน/นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาต

http://eservice.oic.or.th/eService/Search/Broker/PersonAllow.aspx

หลายครั้งที่เราอ่านในกระทู้แล้วบอกว่าถูกหลอกให้ทำประกัน ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม ความจริงแล้วหากทำแล้วไม่ตรงกับเงื่อนไขที่เราได้รับฟังจากตัวแทนในครั้งแรก เราสามารถยกเลิกได้ภายใน 15 วันจะได้เงินคืน โดยหักค่าใช้จ่ายฉบับละ 500 บาทและการตรวจสอบสุขภาพ(ถ้ามี) ในอีกมุมหนึ่งหากเราซื้อประกันชีวิตแล้วจ่ายช้าเกิน 30 วันจะมีผลทำให้กรมธรรม์มีความเสี่ยงที่จะถูกบริษัทบอกยกเลิก

 

 

5. วิธีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

ขั้นตอนนี้ก็สำคัญที่เราต้องเก็บหลักฐานให้รอบคอบ ซึ่งการจ่ายเบี้ยประกันครั้งแรกนั้นเราจ่ายผ่านตัวแทน เราจะได้รับใบรับเงินชั่วคราวของบริษัทจากตัวแทนที่ลงลายมือชื่ออย่างถูกต้อง หลังจากนั้นภายใน 30 วันตั้งแต่วันที่ได้ใบรับเงินชั่วคราว เราจะได้ใบรับเบี้ยประกันภัยตัวจริงพร้อมกับเอกสารกรมธรรม์ เมื่อได้รับมาแล้วควรตรวจสอบรายละเอียดว่าตรงกับที่ตัวแทนพูดไว้หรือไม่

การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตในงวดต่อๆไปจะสะดวกมากขึ้น โดยจะมีจดหมายแจ้งการจ่ายเบี้ยประกันให้ผู้ทำประกันรับทราบแล้วจ่ายชำระเบี้ยในช่องทางที่สะดวก เช่น การจ่ายหน้าเค้าเตอร์ธนาคาร การจ่ายผ่านทางธนาคารออนไลน์ เป็นต้น

 

เมื่อเราทำประกันชีวิตแล้วควรเก็บรักษาเอกสารกรมธรรม์ไว้อย่างดี บอกกล่าวกับครอบครัวไว้สักนิดว่าตนเองทำประกันชีวิตไว้กับที่ไหนบ้าง ทุนประกันเท่าไหร่ โดยเขียนรายละเอียดหรือผลประโยชน์ต่างๆรวบรวมกันไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อที่จะได้มีประโยชน์ต่อการใช้งานในอนาคต เช่น

  • เก็บไว้ดูภาพรวมของการทำประกันชีวิตว่าเราทำประกันความเสี่ยงอะไรบ้าง
  • ประโยชน์ตอนเสียชีวิตเพราะเหล่ามิจฉาชีพชอบอาศัยช่องทางนี้ในการหาผลประโยชน์ โดยหลอกญาติผู้เสียชีวิตว่าผู้ตายได้ทำประกันชีวิตไว้แล้วขาดส่งงวดสุดท้าย หากญาตินำเงินไปชำระก็จะได้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ที่ทำไว้ เมื่อญาติผู้เสียชีวิตหลงเชื่อก็จะสูญเสียเงินไป

 

 

สนับสนุนโดย

 

595x114 ประกันชีวิต 4/10 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...]

 


เป็นเพื่อนกับ อภินิหารเงินออม

ชอบบทความนี้ กดติดตาม อภินิหารเงินออม