ลงโฆษณาที่นี่

1/10 ประกันชีวิตสำคัญอย่างไร [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต…]

cover2-02



 

 

ขอสารภาพก่อนจะเขียนบทความว่า แต่ก่อนเราไม่ชอบประกันชีวิตเลยนะ เพราะคนใกล้ตัวบอกเราทุกครั้งที่เห็นตัวแทนขายประกันมาที่บ้านว่าประกันไม่ดี หลอกลวงและอย่าไปสนใจ ความเชื่อนี้ฝังหัวเรามาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งอายุยี่สิบปลายๆ ช่วงที่เราเรียนเกี่ยวกับการวางแผนการเงินแล้วมีเรื่องของการวางแผนประกันชีวิต ด้วย ณ วันนั้นเราเข้าใจแล้วว่า “ความจริง” กับ “ความคิดเห็นส่วนตัว” ต่างกันอย่างไร

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราถูกครอบงำด้วยความคิดเห็นส่วนตัวของคนใกล้ตัวมาตลอด จนกระทั่งมาเรียน ทำให้รู้ความจริงของประกันชีวิตว่ามีหลักการทำงานอย่างไร ไปจนถึงประโยชน์และโทษของประกันคืออะไร แล้วบทเรียนสำคัญที่สุด คือ เราควรพิสูจน์ความจริงด้วยการศึกษาด้วยตัวเอง มากกว่าเชื่อความคิดเห็นของคนอื่นแต่เพียงฝ่ายเดียว

 

ทุกอย่างนั้นมีมุมบวกและลบขึ้นอยู่ว่าจะใช้อะไรให้เป็นประโยชน์กับชีวิตเรา เรื่องประกันชีวิตนั้นไม่ยาก ถ้าเราเข้าใจหลักการในการทำประกันชีวิต ประกันชีวิตก็จะสร้างประโยชน์ให้เราได้เช่นเดียวกัน  ตอนนี้มาเริ่มทำความรู้จักกับหลักการทำงานของประกันชีวิตกันก่อนนะจ๊ะ



 

“แนวคิดของประกันชีวิต คือ การเฉลี่ยความเสี่ยง

จากคนหนึ่งไปยังกลุ่มคนด้วยการลดหรือบรรเทาความสูญเสีย

ของคนที่ได้รับผลกระทบแบบเดียวกัน โดยมีบริษัทประกันชีวิตมาเป็นคนกลาง”

 

ตัวอย่างเช่น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบ้าน 100 หลังนี้มีน้องน้ำมาเยี่ยมเยียนแทบทุกปี จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ความปราณีของสภาพดินฟ้าอากาศ เจ้าของบ้านต้องใช้เงินซ่อมบ้านโดยเฉลี่ย 100,000 บาท บางบ้านจ่ายมากและน้อยไม่เท่ากัน แต่ที่สุดแล้วเจ้าของบ้านก็จะต้องสูญเสียเงินเก็บหรืออาจจะต้องกู้หนี้ยืมสินมาซ่อมแซมบ้านเพื่อให้อยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นแทบทุกปีโดยไม่รู้ว่าจะลดความเสียหายนี้อย่างไร



 

ดังนั้น หมู่บ้านนึ้จึงรวมตัวกันเพื่อหาทางช่วยกันให้ผ่านวิกฤตนี้ โดยตกลงกันว่าจะหาเงินกองกลางเพื่อนำมาใช้ลดผลกระทบของความเสียหาย โดยจ่ายบ้านละ 1,000 บาท (100,000/100=1,000) หากบ้านไหนเกิดน้ำท่วมแล้วได้รับความเสียหายก็จะได้รับเงินไปซ่อมแซม 100,000 บาท

 

pajaree ประกันชีวิตสำคัญอย่างไร-01 ประกันชีวิต 1/10 ประกันชีวิตสำคัญอย่างไร [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...] pajaree                                                                       01

 

จากแนวคิดของประกันจะเห็นว่าบ้าน 100 หลังนี้เจอผลกระทบแบบเดียวกันนั่นคือ น้ำท่วม หากเลือกที่จะ “รับความเสี่ยงไว้เอง” ก็จะต้องมานั่งลุ้นว่าปีนี้น้ำจะท่วมไหม หรือถ้าท่วมแล้วจะต้องจ่ายเงินค่าซ่อมบ้านเองเท่าไหร่ซึ่งอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 100,000 บาทก็ได้ นั่นแสดงว่าเจ้าของบ้านก็จะต้องสูญเสียเงินเก็บหรืออาจจะต้องเป็นหนี้เพื่อนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน

 

แต่ถ้าเลือกที่จะ “โอนความเสี่ยง” ให้บริษัทประกันมารับความเสี่ยงส่วนนี้แทนเรา โดยเราจะจ่ายเงินที่เรียกตามศัพท์ประกันว่าค่าเบี้ยประกันภัย 1,000 บาท เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นจริงเราก็จะได้รับเงิน 100,000 บาทมาใช้จ่ายซ่อมแซมบ้าน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าเลือกที่จะรับความเสี่ยงที่ไม่แน่นอนนั้นไว้เองหรือว่าจะโอนความเสี่ยงใหักับคนอื่นเป็นผู้รับไว้ แต่จะมีวิธีการเลือกรับไว้เองหรือจะโอนให้คนอื่นอย่างไรเรามาดูกันต่อเลยค่ะ

  

วิธีจัดการความเสี่ยงภัย

การบริหารความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ระดับความรุนแรงของความเสี่ยง จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสูญเสียเงินและผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับความมั่นคงของครอบครัว หากความรุนแรงน้อยครอบครัวยังดูแลกันเองด้วยเงินเก็บออมได้ แต่ถ้ารุนแรงมากก็ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกฝ่ามือ
  2. โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดความสูญเสีย หากมีความน่าจะเป็นเกิดสูงก็จะทำให้มีความเสี่ยงสูงแล้วเบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย

 

สิ่งของหลายอย่างรอบตัวเราหากอยู่ในช่วงรับประกันก็จะซ่อมได้ฟรีหรือคืนได้ เช่น รถยนต์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ท คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ อีกมากมาย แต่ชีวิตของเราที่หารายได้มาจ่ายให้กับสิ่งของเหล่านี้ล่ะจ๊ะ มีใครรับประกันรึยัง มาถึงตรงนี้เราน่าจะพอรู้ว่าประกันชีวิตนั้นสำคัญอย่างไรแล้วนะจ๊ะ เรื่องต่อไปจะเป็น “ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต” ว่ามีอะไรบ้าง อย่าลืมติดตามกันนะจ๊ะ

 

 

สนับสนุนโดย

 

595x114 ประกันชีวิต 1/10 ประกันชีวิตสำคัญอย่างไร [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...]


เป็นเพื่อนกับ อภินิหารเงินออม

ชอบบทความนี้ กดติดตาม อภินิหารเงินออม