ทำอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อใช้บัตร
ทุกครั้งที่ใช้บัตร เอทีเอ็ม คุณระวังมากพอแล้วหรือยัง ? เพราะทุกวันนี้มิจฉาชีพมีมากขึ้นจนน่าตกใจ (ช่วงนี้ข่าวออกบ่อยมาก) ซึ่งวิธีที่ใช้มีหลายวิธี เช่น ดักปล้นหน้าตู้เอทีเอ็ม , การปลอมแปลงเครื่องกดบัตร , ขณะที่ใช้บัตรช้อปปิ้ง
วันนี้ ผมมีวิธีสร้างความปลอดภัยเมื่อใช้บัตรเอทีเอ็มมาฝากครับ เริ่มจาก
บัตรเอทีเอ็ม ที่พึ่งได้รับมา
- ควรเปลี่ยนรหัสผ่านที่ผู้ออกบัตรส่งมาให้ทันที
- ตั้งรหัสใหม่ให้ยากต่อการคาดเดา (แต่เราจำได้)
- ห้ามเก็บรหัสบัตรกับตัวบัตรไว้ด้วยกัน เพราะถ้าเกิดทำหล่นหาย แล้วเจอผู้ไม่หวังดี เงินในบัญชีหายภายในพริบตาแน่ๆ
- เก็บรหัสเป็นความลับ ไม่บอกใครทั้งสิ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาภายหลังให้คิดว่าบัตรเอทีเอ็มคือของใช้ส่วนตัวชิ้นหนึ่ง เมื่อคนรอบตัวรู้ก็จะเครพความเป็นส่วน
- เปลี่ยนรหัสอย่างน้อย ทุก 3 เดือน ควรเปลี่ยนรหัสบัตร อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้เงินในบัญชีปลอดภัยและเพื่อความสบายใจของผู้ถือบัตรเอง
เมื่อใช้ตู้เอทีเอ็ม
- ไม่ใช้ตู้เอทีเอ็มในที่เปลี่ยว เพราะมิจฉาชีพมักดักปล้นในที่ไม่ค่อยมีคน
- สังเกตสิ่งที่ผิดปกติบริเวณตู้เอทีเอ็ม บริเวณช่องเสียบบัตร แป้นกด กล่องใส่แผ่นพับ เพราะอาจมีการปลอมแปลงเพื่อขโมยข้อมูล
- ใช้มือปิด เมื่อกดรหัสบัตรทุกครั้ง เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่หวังดี
- เก็บใบบันทึกรายการ เพื่อง่ายแก่การตรวจสอบ
- หากตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้องให้รีบแจ้ง หากสังเกตตู้เอทีเอ็ม มีความผิดปกติ หรือเกิดปัญหากับบัตรเอทีเอ็มที่ใช้ ให้รีบโทรสอบถามผู้ออกบัตรเพื่อแก้ไขทันที
เมื่อช้อปปิ้ง
เวลาเราช้อปปิ้ง บางทีก็จำเป็นต้องใช้บัตรจ่ายแทนเงินสด แต่รู้ไหมว่าการที่คุณ วางใจพนักงานมากเกินไปก็มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน เพราะเคยมีข่าวพนักงานได้ใช้บัตรชำระเกินจำนวนราคาของสินค้าจริง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย
- คุณไม่ควรให้บัตรอยู่นอกสายตาและควรเดินตามพนักงานเพื่อไปเซ็นชื่อที่จุดจ่ายเงิน และหาก Sms มีการแจ้งยอดที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งผู้ออกบัตรทันที
เมื่อบัตรหาย
หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่า ถ้าบัตรหายต้องรีบโทรแจ้งผู้ออกบัตรเพื่ออายัดทันที แต่เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อย ไม่ค่อยมีเบอร์ Callcenter ของผู้ออกบัตร ทำให้ต้องเสียเวลาหา สุดท้ายเงินในบัญชีอาจจะหายไปในไม่กี่นาทีก็ในที่สุด ดั้งนั้นตั้งแต่วันที่รับบัตร ควรมีเบอร์ของผู้ออกบัตรไว้ใกล้ตัว เช่น ในกระเป๋าสตางค์ หรือโทรศัพท์ เป็นต้น
ในเมื่อวันนี้ ความปลอดภัยดูเหมือนจะมีน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นควรระมัดระวังให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะเวลาใช้บัตร ควรมีสติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยทั้งเงินและชีวิตของคุณเองครับ
You might also like

เงินไม่พอ ระบบไม่พร้อม เวลาไม่มีที่จะพัฒนาตัวเองผลสำ...
ทำงานเหนื่อยแทบตาย แต่รู้สึกเหมือนไม่ได้เก่งขึ้นเลย…หลายคนที่อยู่ในช่วงวัย 20–30 คงเคยพ...

‘เปลี่ยนงานทั้งที ต้องวางแผนการเงินให้ดีด้วย’ รวม 4 ...
เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมุ่งหน้าสู่โอกาสใหม่ๆ ในชีวิต นอกจากความกังว...

‘นิ่งให้พอ รอให้เป็น’ 10 แนวคิดการเป็นนั...
ในปี 2012 นักเรียน MBA ที่ Richard Ivey School of Business ถาม วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
