ลงโฆษณาที่นี่

ออมเงินอย่างไรให้สายเปย์ (ศิลปิน) ไม่เลือดกระอัก!

ting-01



เชื่อว่าใครหลายคนต้องมีศิลปินที่ชื่นชอบในดวงใจอยู่แน่ๆ และถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะเจอตัวจริงของพวกเขา อยากจะสัมผัสพวกเขาสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่สิ่งเหล่านี้มักต้องแลกมาด้วย ‘เงิน’ Money Ideas เล็งเห็นถึงปัญหานี้ค่ะ เลยไม่รอช้าที่จะมานำเสนอวิธีออมเงินง่ายๆ ที่จะช่วยให้สายเปย์ไม่กระอักเลือดเมื่อต้องจ่ายเงินกดบัตรคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งของศิลปินที่รัก

 

แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีการออมเงินสำหรับสายเปย์ (ศิลปิน) นั้น มีสิ่งหนึ่งที่เราอยากให้คุณลงมือทำก่อนเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ “ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด” เพราะถ้าหากคุณไม่คอยตามข่าวสารว่าศิลปินคนโปรดของคุณไปทัวร์คอนเสิร์ตหรือจัดแฟนมีตติ้งที่ไหน คุณอาจจะพลาดกิจกรรมเหล่านั้นไปได้ หรือถ้าหากรู้ช้าเกินไป มันอาจจะทำให้คุณวางแผนการออมเงินสำหรับเปย์บัตรไฮทัชไม่ทันก็ได้!

 

เห็นมั้ยล่ะว่าการติดตามข่าวสารน่ะ สำคัญขนาดไหนนน?

 

 

ทีนี้เรามาต่อกันที่วิธีการออมเงินเพื่อเปย์กันเลยค่ะ

 

 

 

1. หักดิบ! เปย์บัตรคอนฯรัวๆ

 

จริงๆ วิธีนี้จะเรียกว่าวิธีออมเงินก็ไม่ถูก ออกแนวเป็นการจัดการซะมากกว่า วิธีการก็คือ เมื่อคุณทราบถึงราคาบัตรที่ต้องเปย์แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือหักเงินได้ (รายรับต่อเดือน) ของคุณไปจ่ายค่าบัตรเลยจ้า! หักดิบไปเล้ยยย! ให้อุ่นใจว่าฉันมีบัตรอยู่ในมือแล้ว

 

แต่!!! คุณต้องไม่ทำให้ตัวเองลำบากนะ ไม่ใช่ว่าหักดิบ แต่ทั้งเดือนต้องอดมื้อกินมื้อ วันๆ ดื่มแต่น้ำเปล่าประทังชีวิตน่ะ เพราะถ้าเกิดเกิดล้มป่วยขึ้นมากลางคันล่ะก็ เงินที่จ่ายค่าบัตรไปก็สูญเปล่านะ วิธีการนี้ไม่ใช่ว่าคิดจะหักดิบไปซื้อ ก็หักได้เลยนะ! คุณต้องคำนวณแล้วว่าหากหักเงินได้ (เงินเดือน, ค่าขนมจากพ่อแม่) ทั้งเดือนของคุณไป คุณยังจะมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายใดๆ ในช่วงเดือนด้วย เราแนะนำว่าราคาบัตรที่ต้องจ่าย ไม่ควรเกิน 20-30 % ของค่าอาหารต่อเดือนของคุณนะ

 

 

 

2. หักเก็บวันละนิด พิชิตบัตรคอนฯเพื่อเธอ

 

หยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาค่ะ! เพราะเราจะเริ่มต้นการคำนวณเงินสำหรับเก็บออมกันค่ะ หลังจากที่เรารู้แล้วว่าบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินที่เรารักจะปล่อยให้กดซื้อบัตรวันที่เท่าไหร่ สิ่งที่เราต้องทำคือการคำนวณว่าจะหักเงินเก็บเพื่อไปเปย์เขาวันละเท่าไหร่ สมมติว่าวันนี้เป็นวันที่ 18 พฤษภาคม แล้วบัตรคอนเสิร์ตเปิดขายในวันที่ 24 มิถุนายน นั่นก็เท่ากับว่าเรามีเวลาเตรียมตัวสำหรับออมเงิน 38 วัน ราคาบัตรคอนเสิร์ตอยู่ที่ 4,500 บาท พอเอาราคาบัตรมาหารจำนวนวันค่ะ เราจะทราบว่าต้องหักเงินเก็บวันละ 120 บาท

 

พอคิดว่าต้องหักเงินเก็บวันละ 120 บาท คงทำให้ใครหลายคนโอดครวญว่าเยอะเกิ๊นนน เพราะเงินจำนวนนี้สามารถจ่ายค่าอาหารได้ตั้ง 2-3 มื้อแน่ะ ถ้าต้องหักเก็บวันละเยอะๆ อย่างนี้ ขอบายละกัน ถ้าอย่างนั้นเลื่อนลงไปอ่านข้อต่อไปเลยค่ะ!

 

 

 

3. รายได้เสริมเพิ่มรัก

 

เมื่อตระหนักได้ว่าเราไม่สามารถหักเงินเก็บเป็นจำนวนมากขนาดนั้นต่อวันได้ สิ่งที่เราต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่งบัตรคอนเสิร์ตในราคาที่หมายปอง นั่นก็คือ หารายได้เสริม ให้คุณมองหาสิ่งที่คุณพอจะทำได้เพื่อสร้างรายได้ช่องทางอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ยกตัวอย่างง่ายๆ คือการขายของ อาจจะขายของโดยมีหน้าร้านตามตลาดนัด หรือเป็นขายของออนไลน์บน instagram หรือ facebook ก็ได้

 

ส่วนของที่ขายน่ะเหรอ คุณอาจจะลองพิจารณาจากความชอบและความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ อย่างเช่น คนที่ชอบแต่งตัว คุณอาจจะรับเสื้อผ้าสวยๆ มาขายต่อก็ได้ ไม่อย่างนั้น ก็เลือกเสื้อผ้าและรองเท้าที่ของตัวเองที่ไม่ได้ใส่แล้วมาขายเป็นเสื้อผ้ามือสอง แปรเสื้อผ้าตัวเก่าให้กลายเป็นเงินเข้ากระปุกเพื่อบัตรคอนเสิร์ตแทน ส่วนคนที่มีความสามารถในการวาดรูปและประดิษฐ์ประดอย คุณอาจจะรับวาดรูปแฟนอาร์ต หรือทำของที่ระลึกสำหรับแฟนคลับศิลปิน คุณพอจะเห็นช่องทางในการหารายได้เสริมแล้วใช่มั้ยล่ะ?

 

 

 

4. อดหวานไว้เจอเค้า

 

เราอยากให้คุณลองมานั่งลิสต์รายจ่ายในแต่ละวันของตัวเองหน่อย ว่าวันๆ เราใช้จ่ายไปกับค่าอะไรที่ไม่จำเป็นบ้าง ลองตัดออกจากรายการซื้อสักอย่างสองอย่าง วิธีนี้อาจช่วยให้คุณมีเงินในกระเป๋าสำหรับเปย์เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันเลยนะ ตัวอย่างเช่น หลายคนติดดื่มชานมไข่มุก ซึ่งราคาตกอยู่ที่แก้วละ 45 บาท คุณลองคิดนะ ว่าถ้าหากคุณหยุดดื่มชานมไข่มุกเป็นเวลา 38 วัน คุณจะมีเงินเหลือเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 1,710 บาทแน่ะ

 

 

 

5. ลดเป้า (หมาย) แต่ไม่ลดรัก

 

เมื่อออมเงินไปได้สักพัก คุณกลับรู้สึกว่าเวลาที่เหลืออยู่ไม่น่าจะทำให้คุณออมเงินสำหรับซื้อบัตรคอนเสิร์ตทัน สิ่งที่เราอยากจะให้คุณทำก็คือตัดใจลดเป้าหมายลง จากเดิมที่เลือกบัตรราคาแพง ที่นั่งติดขอบเวที อาจจะเปลี่ยนเป็นที่นั่งโซนกลางมาหน่อย หรือถอยห่างออกมาจากด้านหน้าเวที เพื่อเบาภาระการออมเงิน (สำหรับเปย์) ลง เอาที่ตัวคุณเองสามารถออมเงินไหวอย่างไม่หักโหม

 

การซื้อบัตรที่นั่งในราคาที่ถูกลง อาจจะทำให้การชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ของคุณไม่เหมือนอย่างที่ฝันไว้ในตอนแรก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณได้ฟังเสียงของศิลปินที่คุณติดตามผลงานแบบสดๆ (แค่นี้ก็เป็นปลื้มมากพอแล้ว!)

 

 

 

6. ไม่มีเงินก็งดเปย์

 

ตามหัวข้อเลยจ้ะ เมื่อไม่มีเงิน เราก็ต้องงดเปย์ แต่งดเปย์ที่ Money Ideas หมายถึงไม่ได้แปลว่าเราห้ามไม่ให้คุณไปเจอะเจอกับศิลปินที่เราชื่นชอบนะ แต่ที่เราหมายถึงจริงๆ ก็คือ เลือกไปเจอพวกเขาเหล่านั้นในกิจกรรมหรือสถานที่ที่เปิดให้เข้าร่วมฟรีแทน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเจอตัวเขาเป็นที่งานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต หรือไปรอรับ-รอส่งเขาที่สนามบินได้ (Money Ideas เคยทำค่ะ ได้เจอศิลปินที่ชอบในระยะใกล้เว่อร์ ชนิดบัตร 4,500 บาทก็ทำไม่ด้ายยย!!!) อาจจะเสียค่ารถนิดหน่อย แต่คุณก็ได้เจอตัวเขาเหมือนกันนะ ถ้าโชคดี ฟ้าเป็นใจ เขาอาจจะหยิบปากกามาเซ็นลายเซ็นให้คุณแบบนอกรอบก็ได้ (แต่ก็ต้องไฟท์กันหน่อยล่ะ เพราะงานนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวแน่ๆ ที่ไปรอเจอเขา)

 

แม้คราวนี้คุณจะไม่ได้เข้าไปในคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมแฟนมีตติ้งของศิลปินที่คุณชื่นชอบ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นการเรียนรู้ว่าคุณควรเตรียมตัวให้ดีถ้าอยากจะเปย์ (บัตร) เพราะในอนาคตเขาอาจจะกลับมาทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศเราหรือประเทศเพื่อนบ้านที่เราสามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้ก็ได้ ฉะนั้นเตรียมเงินไว้ให้ดีจ้ะ แล้วคราวหน้าเมื่อเขาเปิดให้กดบัตรคอนเสิร์ต เฝ้าหน้าจอแล้วรอโอน (เงิน) เปย์เล้ยยย!

 

 

 

คิดจะเปย์ต้องวางแผนให้ดี

 

 

 

รัก, Money Ideas

 


เป็นเพื่อนกับ Money Ideas

ชอบบทความนี้ กดติดตาม Money Ideas