ลงโฆษณาที่นี่

[Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0

Ksam KF-GTECH-02



[Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0

 

            สวัสดีครับ นักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน คลินิกกองทุนแห่งนี้กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งแล้วนะครับ ในช่วงนี้เรามักจะได้ยินใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือว่าภาคเอกชน ได้พูดถึงเรื่องหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวของการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในแบบที่ว่าจะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต หรือทดแทนการทำธุรกิจแบบเดิมไปเลยเพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีมากขึ้น

 

            โดยถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ หรือว่า ธุรกิจที่สร้างใหม่ขึ้นมานั้นสามารถแก้ไขปัญหา และสร้างทางเลือกที่โดนใจให้กับคนทั่วไปได้แล้วละก็ จะทำให้บริษัทที่สร้างมานั้นประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงทำให้บริษัทเหล่านี้มีศักยภาพ ทั้งในเรื่องของจำนวนผู้ที่จะใช้สินค้าหรือบริการที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงกำไรและผลตอบแทนครับ

 

นั่นก็คือ “บริษัท ฯ ในกลุ่มเทคโนโลยี ฯ” นั่นเองครับ

 

            เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่กำลังมาแรงในยุคนี้ เพราะว่าธุรกิจนี้จะเป็นส่วนเสริม หรือว่าเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถขยายตัวไปได้อย่างไร้พรมแดนใด ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Alibaba , Tencent จากประเทศจีน รวมถึง Facebook , Google ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี

 

            ซึ่งถ้าหากเราเองคิดแล้วว่าคงไม่สามารถที่จะสร้างธุรกิจแบบนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่อยากที่จะตกเทรนด์ของการลงทุนในยุคนี้ไปแล้วละก็ตามมาเลยครับ ผมจะเล่าให้ฟัง….

 

            ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่มานานและมีมูลค่าทางธุรกิจสูง ๆ อย่างเช่น บริษัทน้ำมัน, ธนาคาร, หรือแม้แต่ค้าปลีกเองก็โดนทดแทนด้วยกลุ่มเทคโนโลยีทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, และ Apple ของเหล่าสาวก

 

            ในปี 2016 ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกได้ถูกครอบครองโดยบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ บริษัทที่น่าจับตามอง และเป็นบริษัทที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ชื่อว่า FANG หรือ Facebook, Amazon, Netflix,  และ Google

 

            ถึงแม้ว่าบางธุรกิจจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างกลุ่มค้าปลีกที่เข้าไปทางออนไลน์มากขึ้น เช่น Amazon หรือว่ากลุ่มบริษัท ฯ ยา ที่ได้เทคโนโลยีมาช่วยให้การแพทย์ดีขึ้นก็ตาม แต่ว่าบางอุตสาหกรรมก็ถูกทดแทน หรือว่าถูกท้าทาย แข่งขันด้วยกลุ่มนี้เช่นกัน กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ที่อยู่ดี ๆ บริษัท ฯ นอกสายตา หรือผู้เล่นในกลุ่มเทคโนโลยี อย่าง Tesla เข้ามาแทรกแซงตลาดอย่างหน้าตาเฉย และเติบโตรวดเร็วกว่าที่เคยเจอในคู่แข่งระดับเดียวกันเสียอีก

 

            สิ่งเหล่านี้เป็นข้อยืนยันได้ดีว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ซึ่งผมเองก็คิดว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยที่หลาย ๆ อุตสาหกรรมจะถูกปฏิวัติอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

            ที่ผมบอกอย่างนี้ก็เพราะว่า ถึงแม้กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ กำลังตกที่นั่งลำบาก หรือเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวอย่างไร กลุ่มเทคโนโลยีนี้ก็ยังดำเนินไปได้ แถมเติบโตได้ดีสวนทางกับ ระบบเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศครับ

 

            ทั้งนี้ก็เพราะว่า กลุ่มเทคโนโลยีเองสามารถที่จะแทรกตัวไปกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ เหมือนเป็นตัวช่วยในการพัฒนา หรือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบต่าง ๆ ได้ หรือว่าจะทำการทดแทนสิ่งที่เคยมีอยู่ไปเลยก็ได้เช่นกันครับ

 

            ตัวอย่างเช่น ในกลุ่ม Healthcare เองก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อมต่อกับกลุ่มเทคโนโลยีได้สูงครับ ซึ่งถ้าใครเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์น่าจะเคยได้ยินชื่อของ “Watson” ที่เป็น AI ช่วยหมอวินิจฉัยโรค และ เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาให้กับแพทย์ จากการอ่านตำราทางการแพทย์….ใช่ครับ Watson มันสามารถอ่านหนังสือ และวิเคราะห์อาการทางโรคได้…โหดไหมละ

 

            ให้นึกภาพว่า มันสามารถอ่านตำราวิจัยทางการแพทย์ได้อย่างไม่รู้เบื่อ จำได้ทุกตัวอักษร แปลความได้ และแนะนำให้แพทย์เลือกวิธีการผ่าตัดที่ดีที่สุด มีเปอร์เซ็นต์การหายมากที่สุด ความเสี่ยงน้อยที่สุด ซึ่งบริษัทฯ IBM ผู้สร้าง Watson เองไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Healthcare โดยตรง แต่ก็สร้างนวัตกรรมแบบนี้ขึ้นมาได้ ใครที่ถือกองทุน Healthcare ถึงแม้ว่าแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุจะมาถึงจริง ๆ และทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้เติบโตได้ก็ตาม

 

            แต่ผมแนะนำว่าให้กระจายพอร์ตการลงทุนไปยังกลุ่มเทคโนโลยีด้วย เพราะว่าสามารถแตกไลน์ไปทางธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างกว้างขวางเลยทีเดียวครับ

 

ipo 11  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo 11

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

            หลายคนคงมีคำถามในใจว่า แล้วถ้าเราจะลงทุนในวันนี้จะยังทันหรือไม่ หุ้นในกลุ่มนี้แพงเกินไปหรือยัง ซึ่งถ้าดูจากข้อมูลในอดีต (แต่ไม่ได้ยืนยันอนาคตนะคร้าบ) เราจะเห็นว่าราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีนั้นก็ยังคงมีราคาไม่แพงเกินไป เหมือนในช่วงฟองสบู่ Dot com ที่ผ่านมาครับ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่ตัวอุตสาหกรรมนี้มีการเติบโตที่เร็วเลยทำให้ P/E ไม่สูงมากนัก ถึงแม้ว่าจะเป็นหุ้นยอดนิยมในสมัยนี้ก็ตามครับ

 

ipo 132  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo 132

 

            คราวนี้เรามาดูถึงกองทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้ นั่นก็คือ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้ (KF-GTECH)

 

            ซึ่งกอง Master Fund นั้นก็คือกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง T.Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund ซึ่งทีมผู้จัดการกองทุนมีความเชี่ยวชาญทางด้านการลงทุนกับบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 16 ปี โดยกองทุนนี้จะเน้นการลงทุนกับบริษัทที่เป็น “New Technology” จริง ๆ พอร์ตของกองทุนรวมนั้น จะมีการกระจายการลงทุนในหุ้นทุกขนาดในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันจะโน้มเอียงไปทางหุ้นขนาดกลางและเล็กซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงสามารถสร้างกระแสเงินสด และอัตราการเติบโตที่ดีได้เช่นกันครับ

 

            พูดง่าย ๆ ว่า ไม่สนใจที่จะลงทุนตามกระแส หรือ เพื่อที่จะเปรียบผลงานกับเกณฑ์มาตรฐาน แต่จะลงทุนกับบริษัท ฯ ที่เห็นศักยภาพจริง ๆ มากกว่า

 

ipo 12  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo 12

แหล่งที่มา T. Rowe Price ณ 31 ธ.ค. 59

ไม่ได้ลงทุนเลียนแบบตามสัดส่วนของเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark)

 

 

                โดยการคัดเลือกหุ้นนั้น หรือแนวคิด แนวทางในการเลือกลงทุนนั้นมีความน่าสนใจ ผมคิดว่าทางกองทุน master fund นั้นต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะว่ามีการคัดหุ้นจากประมาณ 1,000 บริษัท ฯ จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าเป็น Hardware IT services หรือว่ากลุ่มที่ผลิต Software ด้วย โดยผ่านการดูที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก เช่น มีกลุ่มลูกค้าที่มากพอ  จากนั้นก็จะเอาไปเข้ากระบวนการในการสร้างพอร์ต โดยควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป การกำหนดราคาเป้าหมายของหุ้นแต่ละตัว ฯลฯ

 

            จนสุดท้ายได้หุ้นออกมาเพื่อลงทุนเพียง 40-80 ตัว จากภาพจะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ละเอียด เลือกหุ้นที่ได้คุณภาพจริง ๆ มาลงทุนด้วย โดยพอร์ตลงทุนจะมีหุ้นในกลุ่ม AI Big data ที่ไว้ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาเรื่องต่าง ๆ ได้เช่นที่ดิน การเกษตร ฯลฯ และลงทุนกับกลุ่ม Machine learning ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาดมากขึ้น เรียนรู้เรื่องยาก ๆ ได้ ซึ่งผมถือว่าน่าสนใจมาก และเป็นกลุ่มที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอีกด้วยครับ

 

            คราวนี้เรามาดูหุ้นตัวอย่างที่กองทุน T. Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund เลือกเข้ามากันครับ

 

  1. Alibaba บริษัท E-commerce ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ผู้ทำสถิติ IPO ในตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยมูลค่ากว่า 25,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อตั้งโดย แจ๊ค หม่า

 

  1. Tesla หรือที่รู้จักกันในนาม Tesla Motors บริษัทรถยนต์พลังงานทางเลือกสุดโด่งดังที่ในวินาทีนี้ทุกคนต้องรู้จัก ก่อตั้งโดยชายผู้ได้รับสมญานามว่า Iron man ในโลกแห่งความเป็นจริง อย่าง Elon Musk ผู้ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังบริษัทชื่อดังมากมายอย่าง PayPal เป็นต้น

 

  1. Amazon หรือ com E-commerce, ผู้ให้บริการระบบ Cloud Computer และเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากวอชิงตัน

 

  1. Netflix ผู้ให้บริการ Streaming Media Online ชื่อดังจากแคลิฟอร์เนีย ที่มีออริจินัลซีรี่ย์สนุกๆน่าสนใจอย่าง Marvel’s Daredevil และ Lemony Snicket’s

 

  1. Splunk บริษัท software ข้ามชาติ ผู้ให้บริการทั้ง IT operations, Web analytics และบริการอื่นๆ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก

 

ipo 13  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo 13

แหล่งที่มา T. Rowe Price ณ 31 ธ.ค. 59

 

            ส่วนผลการดำเนินงานจากกองทุน Master Fund นั้น ผมคิดว่าทำได้ค่อนข้างดีในการลงทุนระยะยาว ๆ แต่ในระยะสั้นมีความผันผวนสูง เนื่องจากว่ากองทุนจะเน้นหุ้นที่มีขนาดเล็ก – กลาง และเป็นหุ้นที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งต้องรอให้คนใช้ หรือว่าได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่เสียก่อนจึงจะเห็นการเติบโตที่สูงมาก

ipo14  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo14

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

ในส่วนของค่าธรรมเนียมของ KF-GTECH จะเป็นไปตามนี้ครับ

ipo15  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ipo15

 

            เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กลุ่มธุรกิจนี้ผมว่าน่าสนใจในการลงทุนระยะยาวทีเดียวใช่ไหมละครับ ทั้งนี้ผมมองว่า ต่อไปไม่ว่าอย่างไร เทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเพียงนักลงทุนที่เริ่มต้นก่อนก็มีโอกาสที่จะโตไวกว่า และเลือกลงทุนกับผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

 

Web  [Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0 Ksam KF GTECH 01 re

 

            สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้เองก็มีความเสี่ยงสูงพอสมควร เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มาไวไปไวเหมือนกัน เพราะว่าถ้ามีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ มา ของเก่าก็พร้อมที่จะจากไป ดังนั้น ถ้าอยากจะลงทุนกับกองทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้แล้ว นักลงทุนเองก็ควรที่จะแบ่งสรรปันส่วนเงินเพื่อการลงทุนให้ดี มีการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างถูกต้องเสียก่อน ไม่ใช่ว่าทุ่มลงทุนในกองทุนแบบนี้เพียงอย่างเดียวนะครับ ที่สำคัญนักลงทุนเองต้องเข้าใจกลุ่มธุรกิจนี้เป็นอย่างดี รวมถึงติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องด้วยครับ

 

            สำหรับกองทุน KF-GTECH นั้นจะเปิดขายครั้งแรกในช่วงวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ครับ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงศรี และธนาคารกรุงศรีทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ครับผม

 

บทความนี้เป็น Advertorial


เป็นเพื่อนกับ AomMoney.com

ชอบบทความนี้ กดติดตาม Dr. Nut