ลงโฆษณาที่นี่

ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค]

3 สุดยอด Indicators สำหรับวิเคราะห์กราฟหุ้นทางเทคนิค ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA-02



          ในบทความตอนที่แล้ว ผมได้แนะนำให้รู้จักกันว่า Indicators คืออะไร และมีวิธีการแสดงข้อมูล Indicators ด้วยกราฟแบบไหนบ้าง พร้อมทั้งอธิบายประโยชน์ของการวิเคราะห์ Indicators ว่าให้ข้อมูลอะไรกับเราบ้าง

 

          ในตอนที่ 2 ของซีรี่ย์นี้ผมจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับสุดยอด Indicators ตัวแรก นั่นก็คือ  เส้น Moving Average (MA) หรือภาษาไทยเรียกว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ซึ่งเป็น Indicators ที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดและถูกนำไปใช้งานเพื่อช่วยตัดสินใจซื้อขายหุ้นอย่างแพร่หลาย ผมมั่นใจสุดๆ ครับว่าไม่มีใครที่วิเคราะห์ทางเทคนิคนิคเพื่อตัดสินใจซื้อหุ้นโดยที่ไม่ใช้งานเส้น Moving Average เพื่อเป็น Indicators ช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะการใช้งานง่ายและประสิทธิภาพของ Moving Average โดยส่วนตัวผมจึงยกให้ Moving Average เป็นสุดยอด Indicators ในดวงใจลำดับที่ 1 ที่จะต้องมีไว้อยู่ในกราฟเวลาวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคตลอดเวลา

 

ในโปรแกรมวิเคราะห์กราฟราคาหุ้นทุกโปรแกรมจะมี Moving Average ให้เลือกใช้งานมากมายหลากหลายประเภท ยกตัวอย่างประเภท Moving Average ที่พบเห็นบ่อยๆ เช่น Simple Moving Average (SMA), Weighted Moving Average (WMA),และ Exponential Moving Average (EMA) เป็นต้น แต่ตลอดบทความนี้ผมจะเจาะลึกและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ EMA (Exponential Moving Average) เป็นหลัก เพราะว่า EMA เป็นประเภทที่มีคนใช้งานมากที่สุดและได้รับความนิยมสูงที่สุด ในขั้นแรกผมจะให้เรารู้จักกับ Moving Average กันก่อนครับว่ามันคืออะไร มีวิธีการคำนวณอย่างไร และมีการแสดงผลเพื่อนำมาวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยวิธีไหน

 

 ทำความรู้จักกับ Moving Average



 

          Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย (Average) ของราคาหุ้น โดยใช้ข้อมูลของราคาหุ้นย้อนหลังตามที่ระยะเวลาที่เรากำหนด เช่น ถ้าเราสนใจค่าของ Moving Average ระยะเวลาย้อนหลัง 5 วัน เราจะใช้ราคาหุ้น 5 วันย้อนหลังนับจากวันปัจจุบัน มาคำนวณด้วยสูตรของค่าเฉลี่ยประเภทที่เราสนใจ หรือถ้าเราสนใจ Moving Average ระยะเวลาย้อนหลัง 10 วัน ก็หมายความว่าเราจะใช้ราคาหุ้น 10 วันย้อนหลังนับจากวันปัจจุบัน มาคำนวณด้วยสูตรค่าเฉลี่ยที่เราสนใจ ซึ่งข้อมูลราคาหุ้นที่นิยมนำมาใช้คำนวณค่า Moving Average คือ ราคาปิดของหุ้นของช่วงระยะเวลาที่เราสนใจ

 



          แต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยเพียงค่าเดียวไม่สามารถให้ข้อมูลที่เพียงพอกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ดังนั้นวิธีการแสดงผลของ Moving Average จึงคำนวณค่าเฉลี่ยออกมาจำนนวนหลายๆ ค่า โดยจะคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นย้อนหลังค่าใหม่ เมื่อมีข้อมูลของราคาตัวใหม่เพิ่มขึ้นมา และวาดกราฟเของ Moving Average ออกมาเป็นกราฟเส้นที่มีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า(Moving) โดยการเรียงข้อมูลค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้ต่อเนื่องกัน และวาดควบคู่กันไปกับกราฟของราคา จึงเป็นที่มาของคำว่า “Moving Average”

 

ตัวอย่าง ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณค่า Moving Average (MA) ระยะเวลาย้อนหลัง 5 วัน

วันที่

ราคาปิดของวัน

ข้อมูลที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะเวลา 5 วัน

1

C1

2

C2

3

C3

4

C4

5

C5

C1,C2,C3,C4,C5   MA ของ วันที่ 5 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 1-5

6

C6

C2,C3,C4, C5,C6  MA ของ วันที่ 6 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 2-6

7

C7

C3,C4, C5,C6,C7  MA ของ วันที่ 7 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 3-7

8

C8

C4, C5,C6,C7,C8  MA ของ วันที่ 8 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 4-8

หมายเหตุ : ในบทความนี้ผมจะไม่อธิบายสูตรและวิธีการคำนวณ SMA, WMA, EMA แต่ ประเด็นหลักของความแตกต่างของ MA ทั้ง 3 ประเภทคือ สูตรคำนวณของ SMA EMA และ EMA จะให้น้ำหนักของข้อมูลแต่ละตัวที่นำมาคำนวณค่าเฉลี่ยที่ไม่เหมือนกัน หากใครสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรและวิธีกการคำนวณ SMA, WMA, และ EMA ผมแนะนำให้ลองอ่านตาม Link นี้ครับ

http://www.tradestation.com/education/labs/analysis-concepts/a-comparative-study-of-moving-averages

 

IMG_0224 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0224  

รูปตัวอย่างแสดงกราฟเส้น EMA คำนวณจากระยะเวลาเวลาย้อนหลัง 25 วัน โดยคำนวณค่าเฉลี่ยด้วยสูตรของ EMA ออกมาหลายๆ ค่ามาเรียงกันอย่างต่อเนื่อง และวาดเป็นกราฟเส้นควบคู่กับกราฟแท่งเทียนของราคาหุ้น

 

ลักษณะสำคัญของเส้น Moving Average

 

          เมื่อเราคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นออกมาหลายๆ ค่า หลังจากนั้นเอาค่าเฉลี่ยเหล่านั้นมาเรียงต่อกันและวาดออกมาเป็นกราฟเส้น Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ควบคู่กับกราฟของราคาหุ้น จะมีลักษณะสำคัญของเส้น MA ที่เป็นข้อสังเกตที่ควรรู้ คือ

 

1) เวลาที่วาดเส้น MA ควบคู่กันไปกับกราฟของราคาหุ้น จะเห็นได้ว่ากราฟของเส้น MA จะดูเรียบง่าย (Smooth) กว่ากราฟของราคาหุ้นที่มีลักษณะผันผวน ยึกยัก ขึ้นลง มากกว่า การวาดกราฟเส้นของ MA เลยเปรียบเหมือนกับการจำลองกราฟการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นโดยตัดความผันผวนของราคาออกไปบางส่วน ทำให้มองเห็นการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นในรูปแบบที่ง่ายขึ้น


MA1 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] MA1

รูปแสดงตัวอย่างเมื่อวาดกราฟเส้น MA ควบคู่กับกราฟราคาหุ้นจะพบว่า กราฟเส้น MA จะทำให้มองเห็นการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นได้ง่ายขึ้นกว่าดูกราฟราคาหุ้น

 

2) เวลาที่เส้น MA ถูกวาดควบคู่กันไปกับกราฟของราคาหุ้น กราฟเส้นของ MA จะเคลื่อนที่ติดตามกราฟการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น และมีทิศทางเดียวกันกับทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้น แต่จะเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงช้ากว่ากราฟของราคา จากคุณสมบัติข้อนี้ของเส้น MA จึงทำให้นักเทคนิคใช้เส้น MA เพื่อระบุว่าทิศทางแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น ณ ปัจจุบันอยู่ในทิศทางขาขึ้นหรือขาลง ทำให้เส้น MA ถูกเรียกว่าเป็น Indicators ประเภท Trend Following Indicator (คอยติดตามแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น)

 

 

MA2 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] MA2

รูปตัวอย่างแสดงให้เห็นว่ากราฟเส้นของ MA จะเคลื่อนที่ติดตามกราฟของราคาหุ้น แต่เคลื่อนที่ช้ากว่ากราฟราคาหุ้น

 

IMG_0224 (1) ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0224 1

รูปแสดงลักษณะสำคัญของ EMA คือ 1) เรียบง่าย (Smooth)กว่ากราฟของราคาหุ้น 2) ทิศทางการเคลื่อนที่ของ EMA จะมีทิศทางเดียวกัน และติดตามการเคลื่อนที่ของกราฟราคาหุ้น (Trend Following Indicator) แต่จะเคลื่อนที่ช้ากว่า

 

3) เส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังสั้นกว่า จะเคลื่อนที่ติดตามกราฟราคาหุ้นได้ใกล้ชิดและเร็วกว่าเส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังนานกว่า เช่น เส้น EMA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาหุ้นย้อนหลัง 10 วันจะติดตามการเคลื่อนที่ของกราฟราคาหุ้นได้เร็วกว่า เส้น EMA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาหุ้นย้อนหลัง 25 วัน เป็นต้น

 

candle_overlap_sample ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] candle overlap sample1

รูปตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าเส้น EMA ที่คำนวณด้วยจำนวนวันย้อนหลัง 10 วัน (สีขาว), 25 วัน (สีฟ้า) และ 75วัน (สีม่วง) และวาดควบคู่ไปกับกราฟของราคาหุ้นพร้อมๆ กัน จะเห็นได้ว่า เส้น EMA 10 วัน (สีขาว) ซึ่งคำนวณจากรยะเวลาย้อนหลังสั้นที่สุดจะติดตามกราฟราคาหุ้นได้ใกล้ชิดและเร็วที่สุด และเส้น EMA 75 วัน (สีม่วง) ซึ่งคำนวณจากรยะเวลาย้อนหลังยาวที่สุดจะติดตามกราฟราคาหุ้นได้ช้าที่สุดในบรรดาเส้น EMA ทั้ง 3 ตัว

 

4) ในช่วงที่ราคาหุ้นมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาขึ้น กราฟของราคาหุ้นมักจะอยู่เหนือเส้น MA และ เส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังที่สั้นกว่าจะอยู่เหนือเส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังยาวกว่า

 

IMG_0245 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0245

รูปตัวอย่างแสดงลักษณะของเส้น MA ขณะที่กราฟของราคาหุ้นมีทิศทางแนวโน้มเป็นขาขึ้น

 

5) ในทางกลับกันในช่วงที่ราคาหุ้นมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาลง กราฟของราคาหุ้นมักจะอยู่ใต้เส้น MA และ เส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังที่น้อยกว่าจะอยู่ใต้เส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังยาวกว่า

 

IMG_0246 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0246

รูปตัวอย่างแสดงลักษณะของเส้น MA ขณะที่กราฟของราคาหุ้นมีทิศทางแนวโน้มเป็นขาลง

 

6) แต่ถ้าราคาหุ้นอยู่ในช่วงที่ไม่มีทิศทางของแนวโน้ม หรือแนวโน้มไม่ขึ้นไม่ลงอย่างชัดเจน (Sideways) ราคาหุ้นบางทีก็อยู่เหนือเส้น MA บางทีก็อยู่ใต้เส้น MA สลับไปมาหรือถ้าสังเกตจะเห็นว่าเส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังที่สั้นกว่า ก็จะตัดเส้น MA ที่คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลังยาวกว่า ขึ้นๆลงๆ สลับไปมา

 

IMG_0247 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0247

รูปตัวอย่างแสดงลักษณะของเส้น MA ขณะที่กราฟของราคาหุ้นมีทิศทางแนวโน้มเป็น Sideways

 

 

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ คือ “SMA, WMA, และ EMA ตัวไหนดีกว่ากัน?”

 

          คำถามนี้เป็นยอดฮิตที่ใครๆ ก็สงสัยครับ แถมยังมีการพยายามทำการทดลองมากมายเพื่อตอบคำถามว่า MA ชนิดไหนจะใช้งานได้ดีกว่ากัน แต่คำตอบที่ได้ก็คือ SMA WMA และ EMA คุณจะเลือกใช้งาน MA ชนิดไหนก็ได้ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าตัวไหนดีที่สุดหรือบอกว่าตัวไหนที่ดีกว่าตัวอื่นๆ

 

          แต่ถ้าจะให้จัดลำดับความนิยมของ MA ทั้ง 3 ประเภท EMA จะเป็นประเภทของ MA ที่มีคนนิยมใช้งานกันมากที่สุด รองลงมาคือ SMA และ MA ที่มีคนนิยมใช้น้อยที่สุด คือ WMA ดังนั้นเมื่อมีใครถามผมว่าควรจะใช้งาน MA ประเภทไหนดี ผมจะแนะนำให้ใช้ EMA ด้วยเหตุผลว่ามีคนนิยมใช้งานมากที่สุดนั่นเอง แต่ว่าใครจะชอบใช้ SMA หรือ WMA ก็ไม่มีอะไรเสียหายครับ สามารถเลือกใช้งานได้ตามความชอบส่วนบุคคล

 

 

IMG_0226 ema ตอนที่ 2 ทำความรู้จัก EMA [ซีรี่ย์การลงทุน 3 ตัวช่วย รวยด้วยหุ้นเทคนิค] IMG 0226

รูปแสดงกราฟ SMA, WMA, และ EMA ที่คำนวณจากข้อมูลของราคาหุ้นระยะเวลาย้อนหลัง 25 วันเท่ากัน สาเหตุที่ทำให้เส้น MA ทั้ง 3 ประเภทถูกวาดออกมาแตกต่างกัน เนื่องจากสูตรการคำนวณของ MA แต่ละประเภทให้น้ำหนักของข้อมูลในอดีตที่ไม่เท่ากัน

 

          มีข้อสังเกตจากรูปตัวอย่างที่มีการวาดเส้น SMA, WMA, และ EMA ควบคู่ไปกับกราฟราคาหุ้นพร้อมๆ กัน คือ สูตรคำนวณ EMA จะคำนวณโดยให้น้ำหนักของข้อมูลที่ทันสมัยมากกว่า SMA ซึ่ง SMA นั้นให้น้ำหนักของข้อมูลทุกตัวเท่าๆกัน จึงเห็นได้ว่าเส้น EMA จะติดตามการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นได้ใกล้ชิดกว่าเส้น SMA ที่คำนวณจากข้อมูลย้อนหลังเท่ากัน  ส่วนเส้น WMA ไม่ค่อยถูกนำมาเปรียบเทียบและไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนักเนื่องจากมีคนใช้งานน้อย

 

หมายเหตุ : การที่เส้น EMA ติดตามการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นได้ดีกว่าเส้น SMA นั้น ไม่ได้แปลว่า EMA จะนำไปใช้งานเพื่อตัดสินใจซื้อขายแล้วจะได้กำไรมากกว่าหรือมีความถูกต้องบ่อยกว่า ข้อสังเกตนี้เป็นเพียงต้องการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเส้น MA ทั้งสองประเภทเท่านั้น

 

          สำหรับบทความในตอนนี้หวังว่าทุกคนคงจะรู้จักวิธีการคำนวณ MA วิธีการแสดงผลของเส้น MA ลักษณะสำคัญของเส้น MA และความแตกต่างของเส้น MA ประเภทต่างๆ ซึ่งผมแนะนำเลือกให้เลือก EMA มาเป็น Indicator ในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคก็เนื่องจาก เป็นประเภทของเส้น MA ที่มีคนใช้งานมากที่สุด ในตอนต่อไปผมจะแนะนำวิธีการนำเส้น EMA ไปใช้งานที่ไม่ถูกต้องแต่เป็นวิธีที่ถูกแนะนำกันอย่างแพร่หลาย จากนั้นผมจะแนะนำวิธีใช้งานเส้น EMA ที่ถูกต้องว่าควรนำเส้น EMA ไปใช้งานอย่างไร

 

          เนื่องจากบทความตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเนื้อหาจะค่อนข้างเจาะลึก และใช้คำศํพท์ทางเทคนิคที่มือใหม่อาจจะไม่คุ้นเคย ถ้าหากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถ Comment ไว้ที่ท้ายบทความได้ครับ ผมยินดีตอบทุกท่านครับ

 

 

 

 


เป็นเพื่อนกับ AomMoney.com

ชอบบทความนี้ กดติดตาม เทรดเดอร์พ่อลูกอ่อน